คำแนะนำในการนวดน้ำมันหอมระเหย “อโรมาเธราปี”

0
171

อโรมาเทอราปีเป็นการบำบัดโดยน้ำมันหอมระเหยซึ่งสกัดจากส่วนต่างๆของพืชสมัยอียิปต์มีการใช้น้ำมันหอมระเหยเพื่อฆ่าเชื้อโรคและไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็น ส่วนชาวกรีกนิยมดื่มไวน์ และเชื่อว่าไวน์มีกลิ่นหอม จะทำให้เมาน้อยกว่า ชาวอิสลามใช้น้ำมันหอมระเหยผสมกับปูนในการก่อกำแพงสุเหร่าเพื่อให้มีกลิ่นหอม น้ำมันหอมระเหยที่ดีที่สุดต้องมาจากแหล่งที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี 
การนำน้ำมันหอมระเหย เมื่อใช้ในทางสปา การผสมน้ำ เพื่อแช่หรืออาบ การนวด น้ำมันอโรม่า หรือน้ำมันหอมระเหย เป็นการ สัมผัส ทั้งกลิ่นและ น้ำมันที่ซึมเข้าสู่ผิวโดยตรง ลักษณะการนวดนั้นก็ให้ผู้ให้บริการยืนนวดข้างๆเตียงนวดน้ำมัน ผู้ให้บริการควรมีความรู้ และข้อห้ามต่างๆและมีใบรับรองจากสถาบันสอนนวด สปา เพื่อยืนยันและสร้างมาตฐานและความน่าเชื่อถือแก่ตนเองและร้านที่ทำงาน คำแนะนำสำหรับการนวดอโรม่ามีดงนี้
1. ไม่นวดตรงบริเวณแผลถลอก ผิวที่มีรอยช้ำมาก หรือผิวหนังที่แสบแดงไหม้เนื่องมาจากการอาบแดด
2. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคลมบ้าหมู โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง สำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ควรเลือกใช้น้ำมันชนิดผ่อนคลาย ไม่ใช่กระตุ้น
3. ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 2 เดือนเป็นต้นไป
4. หลังการนวด ควรเข้าอบชาวน่า เพื่อให้ความร้อนช่วยทำให้น้ำมันหอมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น ทั้งยังมีการขับเหงื่อและของเสียจากร่างกายอีกด้วย
5. หากไม่สามารถเข้าอบชาวน่าได้ ก็ไม่ควรอาบน้ำในทันที เพราะน้ำมันจะยังซึมซาบสู่ผิวไม่หมด ให้รอสักครู่จนกว่าไม่เห็นความมันเหลืออยู่บนผิวแล้ว
6. เล็บของผู้นวดจะต้องตัดให้สั้นเพื่อจะไม่ทำให้เกิดแผลขีดข่วนของผู้ได้รับการนวด
7. ผู้ได้รับการนวดควรมีจิตใจเป็นสมาธิ เพื่อได้รับผลของการผ่อนคลายอย่างเต็มที่

ก่อนใช้น้ำมันหอมระเหยควรทดสอบก่อนว่าเกิดอาการแพ้หรือไม่โดยการทาน้ำมันหอมระเหยที่เจือจางแล้วบริเวณท้องแขนด้านในถ้าเกิดผื่นแดงระคายเคือง คัน หรือผิวไม่ให้หยุดใช้ทันที
น้ำมันหอมระเหยบางชนิด เหนี่ยวนำให้ผิวมีความไวต่อแสงเช่นน้ำมันมะกรูดน้ำมันมะนาวน้ำมันผิวส้มดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงหลังจากที่มีการใช้น้ำมันเหล่านี้ เป็นเวลาอย่างน้อยที่สุด